เที่ยวกันนครนายก

มากันเถอะนครนายกเมืองไทยบ้านเรา

วิวสวยปังอลังการงานสร้างมาก!

Let's go !!

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดนครนายกกับพี่สาวคนสวยซึ่งเป็นพี่ที่เคารพที่ทำงานของเราเอง นางชื่อพี่ปรางค่ะอิอิและเป็นทริปแรกของเราสองคนที่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน เริ่มจากเรานี่หล่ะไปเห็นรีวิวตามเพจต่างๆทั้ง Facebook IG Youtube เราเลยไปชวนพี่ปรางว่าสนใจไหมอยากไปหรือเปล่าและท้ายที่สุดนางก็ตอบตกลงเราค่ะ เราก็เลยวาง Plan กันโดยหาสถานที่ที่น่าท่องเที่ยว รวมถึงSearchหาเส้นทางว่าไปยังไง และควรจะไปที่ไหน เพื่อไม่ให้ขับรถย้อนไปย้อนมามันจะเสียเวลาเที่ยวเราค่ะฮ่าๆ และเราก็ได้มา 4 สถานที่ค่ะที่เราจะไปกันดังนี้ค่ะ

และก็มาถึงวันเดินทางค่ะเราตื่นตั้งแต่ตี5.50น. เพราะเราต้องออกจากคอนโดก่อน7.00น.เพื่อที่จะไปรับพี่ปรางที่ดอนเมืองตอนประมาณ7.30 ตามเวลาที่ได้นัดกันเราก็ไปรับพี่ปรางตามเวลาที่ได้นัดไว้และเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพตรงดอนเมืองราวๆ7.45น. และไปถึงที่หมายที่แรกซุ้มต้นไผ่วัดจุฬาภรณ์วนารามเวล9.20น. เราเดินเข้าไปก็จะเห็นซุ้มต้นไผ่สูงๆโค้งยาวเรียงติดกันเป็นอุโมงค์สวยงามมากบรรยากาศเหมือนป่าไผ่อาราชิยาม่าที่ญี่ปุ่นเลยมันดีงามมากจริงๆแต่คนที่ไปก็เยอะมากจริงๆเช่นกันค่ะ ถ่ายรูปแย่งซีนกันสุดๆอิอิถ้าให้แนะนำก็อยากให้ไปตอนเช้าๆกว่านี้จะได้มีคนน้อยๆ ถ่ายรูปได้สะดวกไม่ติดคนอื่นมากเกินไป จากนั้นเราก็ไปที่ที่สองต่อค่ะเขาหล่นแอดเวนเจอร์ที่นี่สิ่งที่เป็นไฮไลท์ก็คือสะพานไม้ที่เรียบไปตามแนวภูเขาทุ่งหญ้าสีทอง ทำให้ได้เห็นบรรยากาศโดยรอบสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ก็จะไม่พลาดมุมตามแนวภูเขากับทุ่งหญ้าสีเหลืองทองอร่าม ทำให้ส่วนใหญ่ได้ภาพที่สวยงามแต่น่าเสียดายช่วงที่เราสองคนไปเป็นช่วงหน้าฝนทำให้ต้นไม้ใบหญ้าที่นั่นผลิดอกออกใบซะมากกว่า จริงๆมันก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่งนะเราว่าอิอิเสร็จจากเดินชมภูเขา และถ่ายรูปแล้วที่นี่ก็จะมีมุมปีนเขาเล็กๆไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวค่ะอันนี้ฟรีไม่เสียเงินแต่ก็จะไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุเหมือนกันก็ควรที่จะต้องปีนกันอย่างระมัดระวังนิดหนึ่งค่ะ ไปต่อค่ะที่ที่สามเราไปที่สะพานทุ่งนามุ้ยกันค่ะอันนี้จะเป็นแนวเกษตกรรมของคนไทยนั่นคือนาข้าวนั่นเองค่ะก็จะเป็นทุ่งนาสีเขียวและมีสะพานไม้เชื่อมไปตามมุมต่างๆ ทำให้เราสามารถมีมุมถ่ายรูปได้เยอะแยะมากค่ะ แต่ขอบอกว่าให้พกหมวกหรือร่มไปนิดหนึ่งนะคะถ้าใครกลัวร้อนเพราะที่นี่อากาศค่อนข้างร้อนมากร้อนจนเราสองคนกับพี่ปรางต้องนั่งพักกินน้ำแข็งใสใส่น้ำแดงกันเลยทีเดียวจ้าฮ่าๆ และที่สุดท้ายที่เราไปนั่นก็คือเขื่อนขุนด่านปราการชลค่ะตรงนี้เราขึ้นไปเราก็จะได้เห็นสันเขื่อนที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ตอนช่วงหน้าแล้งและบริเวณโดยรอบสันเขื่อนก็จะมีมุมถ่ายรูปมากมายพร้อม ทั้งมีรถพาทัวร์ชมวิวเขื่อนอันนี้จะคิดค่าบริการแต่เราไม่แน่ใจในเรื่องราคาเพราะไม่ได้ขึ้นค่ะฮ่าๆเพราะอากาศร้อนมากเราได้ไปถ่ายรูปตรงวิวสันเขื่อนก็เพียงพอแล้วค่ะอิอิ เสร็จจากถ่ายรูปข้างบนเราก็นั่งเรือหางยาวไปชมน้ำตกเขาช่องลมกันค่ะตรงนี้ก็จะมีค่าบริการ8คน1,500บาทค่ะ แต่ถ้าเราไปกันแค่2คนก็ไปจอยด์กับคนอื่นได้ตกคนละ200บาทเท่านั้นค่ะเราก็นั่งเรืออกไปจะบอกว่าไปแล้วคือคุ้มค่ามากๆค่ะ วิวสวยงามมากใครที่ชอบแนวเขียวๆบรรยากาศสดชื่นที่นี่คือตอบโจทย์มากๆเหมือนสวิตเซอร์แลนด์เลยค่ะเห็นเป็นวิวทุ่งหญ้าสีเขียวๆมีโขดหินน้อยใหญ่ลดหลั่นชั้นกันไปและมีน้ำตกไหลลงมาเป็นลำธารเล็กๆ โอ๊ยคือสวยค่ะมีมุมถ่ายรุปร้อยกว่ามุมได้เลยค่ะไปกันเถอะอยากให้ได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเองมากกว่าค่ะ ว่ามันสวยงามมากจริงๆเสร็จจากที่เที่ยวสุดท้ายนี้เราก็ต้องโบกมือลานครนายกวิวอันแสนสวยกันแล้วและมุ่งหน้าตรงกลับบ้านเรากทมค่ะ เราถึงกทมโดยประมาณ19.00น.ค่ะเป็นเวลาที่ถือว่าดีทีเดียวไม่ดึกเกินไป เป็นไงบ้างคะจังหวัดนครนายกที่เราได้พาไปจะบอกว่าธรรมชาติเมืองไทยสวยงามไม่แพ้ประเทศใดในโลกเลยค่ะ อยากให้เพื่อนๆได้มาเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์ความท้าทายต่างๆในชีวิตและยังช่วยให้เราได้ค้นหาตัวเองและแรงบันดาลใจในชีวิตได้อีกด้วย หรืออาจจะมาเพื่อความผักผ่อนหย่อนใจก็ได้ถือว่าเป็นการชาร์ตแบตให้ร่างกายไปในตัวค่ะ.