ประวัติการ์ตูนไทย-ยุคแรก (Thai Cartoons Historical-Early Age)


มีใครทราบไหมว่า ประวัติการ์ตูนไทยนั้นเริ่มขึ้นเมื่อไหร่

อันที่จริง ผู้เขียนเล่าเรื่องก็ไม่ได้สันทัดมากนักนะเจ้าค่ะ แต่ว่าเราลองมาดูเนื้อหากันดีกว่าค่ะ

ว่ากันว่าจิตรกรไทยมีนามว่า นายขรัวอินโข่ง เป็นผู้ริเริ่มการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบเหมือนจริง ในสมัยรัชกาลที่ 3-รัชกาลที่ 4 ค่ะ
ต่อมาในรัชกาลที่ 6 (รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)ได้แพร่หลายพวกแนวการ์ตูนล้อการเมือง ในยุคนั้นจึงได้มีนักเขียนการ์ตูน
ล้อการเมืองคนแรกเกิดขึ้นคือ ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต (เปล่ง ไตรปิ่น) นั่นเองค่ะ อันที่จริงประวัติการ์ตูนไทย ยังมีอีกมากค่ะ ต่อเนื่องจนถึงรัชกาลที่ 7
ซึ่งในช่วงนั้นประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองพอดี จึงมีความหลากหลายในการเขียนการ์ตูนมากขึ้น

Does anyone know when did the history of Thai cartoons begin? In fact, I were not much details of the story but....Let's try
and see the details now. Long time ago, there was Thai painter called Mr. Khrua In Khong was the initiator of the mural painting realistic
style in the reign of King Rama III-IV.Then the reign of King Rama VI (King Chulalongkorn the Great),it was spread over the political satire
cartoons. At that time, there was the first political cartoonist was born who called Kun Patipak Pimlikhit (Pleng Tripin).
Actually, there were the history of many Thai cartoons until the reign of King Rama VII which Thailand had change of government and
it was more variety in writing cartoons.

ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (เรียกกันว่ายุคทอง) After World War II (The Golden Age)


จะว่าไปเรื่องราวเหล่านี้ล้วนมีความเป็นมาจากประวัติศาสตร์ดั้งเดิม คงต้องบอกว่าในยุคนี้ยังมีนักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียงอีกหลายคนค่ะ เช่น
คุณประยูร จรรยาวงษ์ได้รับฉายาว่า "ราชาการ์ตูนไทย" เพราะวาดได้ทั้งการ์ตูนตลกและการ์ตูนล้อเลียนการเมือง และยังมี เหม เวชกร
ก็เป็นอีกท่านที่มีชื่อเสียง ในการวาดการ์ตูนเช่นเดียวกัน อันที่จริงยังมีประวัติของนักเขียนการ์ตูนอีกหลายท่าน แต่เราจะขอพูดถึงตัวการ์ตูน
ที่เราพอคุ้นหูคุ้นตากัน เพราะจะทำให้หลาย ๆคนนึกภาพตาม แต่คงไม่ใช่ในวัยของผู้เขียนแน่นอนค่ะ 5555
It must say that this era, there were many famous cartoonists such as Khun Prayoon Chanyawong.
and his nickname was "The King of Thai Cartoons" because he can draw boths of political satire and humurous cartoons. Moreover, there was
Hem Vechchakorn who also famous of drawing cartoons. In fact, there are also many cartoonist history. But I will talk about the cartoon
characters that we are familiar because it will cause many people to think about for the past but.....of course not the age of myself. 5555


เอาล่ะค่ะ มาต่อกันที่หนังสือการ์ตูนเด็กที่แฝงสาระมากอีกเล่มหนึ่งนั่นก็คือ ชัยพฤกษ์การ์ตูน ซึ่งมีเจ้าทาร์ซานกับเจ้าจุ่นเป็นตัวชูโรง ผู้วาดคือ รงค์
นักเขียนการ์ตูนนิยายภาพที่สร้างชื่อเสียงในชัยพฤกษ์การ์ตูนนั่นเองค่ะ ต่อมายุคที่ต่อเนื่องจากชัยพฤกษ์การ์ตูน ก็จะเป็นกลุ่มนักเขียนการ์ตูน
แนวหน้า 5 ท่านที่มารวมกลุ่มชื่อว่า "กลุ่มเบญจรงค์" เปิดเป็นสำนักงานเล็กอยู่สี่แยกเสือป่า ถนนเจริญกรุง ทำหนังสือการ์ตูนรายเดือนขึ้นมาชื่อ
"เพื่อการ์ตูน" พอวางขายในตลาดได้สักพักก็ต้องปิดตัวลง น่าเสียดายแทนนะค่ะ แต่ว่าทุกอย่างล้วนย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
Now, Let's continue with the children's cartoon book that is a lot of essence called Chaiyapruek cartoons which has Tarzan and Chao Joon
as the protagonist and Cartoonist was Rong who was graphic story created in the famous Chaiyapruek cartoon. Later, the era that was due to
Chaiyapruek cartoon will be a group of 5 leading cartoonists who came to join the group named "Benjarong Group", opened as a small office
in the intersection of Sue Pa, Charoenkrung Road and published monthly cartoon books with the name of "Cartoon Friend" but after sold for
a while, then it closed down later.Unfortunately, everything has changed over the period of time.

ยุคซบเซา (Decadent Age)

คงต้องบอกว่าเป็นยุคที่การ์ตูนไทยเริ่มเงียบหาย การ์ตูนราคาถูกที่ให้ผู้อ่านหาซื้อได้ อาจลดคุณภาพลงบ้างตามความจำเป็น และเข้าสู่ยุคของ
"การ์ตูนเล่มละบาท" โดยเริ่มเกิดขึ้นครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์สากล ต่อมาหลายสำนักพิมพ์ก็ทำตามออกมา สำนักพิมพ์สุภา,สำนักพิมพ์สามดาว,
บางกอกสาร์น เป็นต้น โดยบางครั้งก็ได้นักวาดการ์ตูนที่มีชื่อเสียงในยุคก่อนหน้านั้นช่วยเขียนปกให้ เพื่อเสริมคุณภาพขึ้นอีกระดับหนึ่ง เป็นเหตุผล
ที่ทำให้การ์ตูนเล่มละบาท ได้รับความนิยมขึ้นเป็นอย่างมากในยุคหนึ่ง จนสามารถทำให้คำว่า "การ์ตูนเล่มละบาท" กลายเป็นตำนาน เป็นชื่อเฉพาะ
และเป็นสัญลักษณ์ ที่เรียกกันมาจนถึงทุกวันนี้้
It must say that the era of Thai cartoons began to disappear and cheap cartoons that allow readers to buy may reduce the quality as necessary
and entered the era of "Cartoon Book 1 Baht" which first started by Sakol publisher and many publishers followed later such as Supa Publisher,
Sam Dao Publisher, Bangkok Sarn, etc.
Sometimes the famous cartoonist in the previous era helped write the book covers to enhance the quality and cause the cartoon book 1 baht
has been very popular in an era until being able to make the word of "cartoon book 1 baht" became a legend, a unique name and symbolic until
nowadays.

ยุคปัจจุบัน (Present Age)

ปัจจุบัน การ์ตูนไทยที่ถือได้ว่าครองใจคนไทยทุกเพศทุกวัยเป็นอันดับหนึ่งของประเทศมาเป็นเวลานานและยังอยู่ในความทรงจำของทุกคนคือ
ขายหัวเราะ-มหาสนุก ไอ้ตัวเล็ก-หนูหิ่นอินเตอร์ และหนังสือการ์ตูนอื่น ๆ ในเครือสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ซึ่งแนวการ์ตูนจะเป็นการ์ตูนประเภท
การ์ตูนแก๊กและการ์ตูนเรื่องสั้นจบในตอนเป็นส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการพัฒนาการ์ตูนไทยในรูปแบบคอมมิคขึ้น จากกลุ่มคนที่มีประสบการณ์
การอ่านการ์ตูนแนวมังงะของญี่ปุ่น เราคงต้องยอมรับว่า ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ก็ย่อมมีเอกลักษณ์ในรูปแบบการ์ตูนของตัวเอง ที่บ่งบอกถึง
อัตลักษณ์ของวัฒนธรรมในแต่ละประเทศและสื่อถึงความเป็นตัวตนที่ถ่ายทอดออกมาผ่านตัวการ์ตูน
Nowadays, Thai cartoons are considered to be the heart of Thai people of all ages,being the number one in the country for a long time and
still in everyone's memory such as Kai Hua ror-Mahasanook-Ai Tua Lek-Nuhin Inter and other cartoon books in the network of Banluesarn
Publisher which the cartoons will be ridiculous style and mostly short stories cartoon. At the same time, it began to develop Thai cartoons
in the form of comic from a group of people who have experience reading Japanese manga. We must accept that any country would have their
own unique cartoon style that indicates the identity of the culture in each country and convey the identity that is transmitted through
the cartoon characters.